จิตอรหันต์ #ผ้าขี้ริ้วห่อทอง#การบรรลุมรรคผลของมนุษย์#ท่าพระโคดม#ทางบรรลุ...

#ประตูพระโคดม #จักเสด็จข้ามแม่น้ำคงคาโดยท่าใดท่านั้นจักมีนามว่า #ท่าพระโคดม จิตอรหันต์ #ผ้าขี้ริ้วห่อทอง#การบรรลุมรรคผลของมนุษย์#ท่าพระโคดม#ทางบรรลุธรรม#ทางข้ามภพ#คติของอนาคามี#เมื่อเราtransformไปสู่มรรคก็ดีหรือtransformไปสู่ผลก็ดี #จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่ #บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ในภาวะปรกติ #มันล้างขันธ์ #บางคนอาจจะมีอาการเหมือนอะไรในใจมันขาด#มันขาดเหมือนกับเชือกถูกดึงให้ขาด บางคนมีอาการระเบิดอยู่ภายใน คือสิ่งที่เราอัดอั้นสะสมไว้ มันถูกทลายออกไป #ถ้าฉันเป็นนารายณ์จะร่ายเวทย์#อันเรืองเดชศักดิ์สิทธิ์และรักษา#สันติสุข #สันติธรรม #นำประชา#เจริญผาสุขสันต์นิรันดร#ถ้าฉันเป็นพิฆเนศวิเศษสุทธิ์#จะรีบรุดนำวิชามาสั่งสอน#ใส่เชิงศิลป์#พิณเพลงบรรเลงพร#ทั้งกาพย์กลอนรื่นเริงเชิงกวี...#ถ้าฉันเป็นพระอินทร์ถวิลไว้#จะสั่งให้วิสุทกรรมนำสุขี#ลงมาสร้างเคหาทุกธานี#ให้ท่านมีสุขเท่าเจ้าเมืองบน...#ถ้าฉันเป็นกามเทพเทวบุตร#จะฉวยฉุดสอยบุบผาเป็นห่าฝน#ชโลมลูบจูบดวงใจให้ทุกคน#เป็นสุขล้นทุกข์สลายมลายไป...#แต่นี่ฉันใช่เป็นเช่นกล่าวอ้าง#สุดหนทางที่จะทำดังคำไข#จึงขอเขียนบทกลอน#อันอำไพเพื่อเตือนใจ#เตือนตนทุกคนเอย#สวัสดิรักษา#อย่าเล่นกับไฟ#ไกลกังวล #ดนตรีชีวิต #ผิดเป็นครู #ภูเขาหิน #เรื่องกินเรื่องใหญ่ #ไฟในอย่านำออก #ความหลอกลวง #บ่วงความรัก#สลักจิต #สันติรส #ถ่มน้ำลายรถฟ้า #ก่ิ้งก่าได้ทอง #ครองสันติสุข#สามแดนโลกธาตุ#หาที่จะหยั่งเท้าลงไม่ได้เลย#จิตใจที่แห้งสนิทจึงจะหลุดพ้น#ความหลุดพ้น #วันปิดสามแดนโลกธาตุ#ถ้ารู้ว่าเราหลงทางเราจะกลับบ้านถูก#อริยสัจ4#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ #การเข้าผลสมาบัติ#เป็นการเข้าอยู่ในอารมณ์พระนิพพาน#ที่ได้มาจากอริยผลญาณ #อันบังเกิดแล้วแก่ตน #เพื่อเสวยโลกุตตรสุข #ซึ่งเป็นความสงบสุขที่พึงเห็น #ประจักษ์ได้ในปัจจุบัน #พระนิพพาน ที่เป็นอารมณ์ของผลสมาบัตินั้นมีชื่อ ๓ ชื่อหรือมี ๓ อาการคือ ๑. #อนิมิตตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่เที่ยง อันปราศจากนิมิตเครื่องหมาย คือ อนิจจัง โดยบุญญาธิการแต่ปางก่อน แรงด้วยสีล เมื่อเข้าผลสมาบัติก็คงมีอนิมิตตนิพพาน เป็นอารมณ์ ๒. #อัปปณิหิตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ทนอยู่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปรไป อันหาเป็น ปณิธิ ที่ตั้งไม่ได้ คือทุกขัง โดยบุญญาธิ การแต่ปางก่อนแรงด้วยสมาธิ เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี อัปปณิหิตนิพพาน เป็น อารมณ์ ๓. #ญตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้ อันเป็นความว่างเปล่า คืออนัตตา โดยบุญญาธิการ แต่ปางก่อนแรงด้วยปัญญา เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี สุญญตนิพพาน เป็นอารมณ์
@pornpimontungmepol8144
#ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของพวกเรา #ที่เจ้าหนี้คือกิเลสมันตามทวง มีอะไรบ้าง #มันก็มารวมทวงกันชาตินี้แหละ ตัดใจเสียนะลูกรัก #คิดว่าเรารวมใช้หนี้มันเท่าที่เราจะพึงมี #มันอยากทวงก็เชิญให้มันทวง#เราจะยอมลำบากเพียงชาตินี้ชาติเดียว #ต่อไปเราพ้นภัย คือเข้านิพพานกันก็หมดเรื่อง จงคิดว่าขณะนี้เรากำลังถูกเจ้าหน้าที่ใช้งานเราเพื่อลบล้างหนี้ เมื่อหนี้หมด เรามีความสุข คิดอย่างนี้ใจจะสบาย... #มีความรู้สึกอยู่เสมอว่า #โลกไม่มีความสุข เอาอะไรแน่นอนไม่ได้ #อะไรเกิดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา "ช่างมัน" ต่อสู้กับมันโดยธรรมจนกว่าจะสิ้นลมปราณ #ใจจะมีอารมณ์เป็นสุข#จากหนังสือ พ่อสอนลูก เล่มที่ ๓ หน้าที่ ๔ โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน คัดลอกโดย ด.ญ. ปุณยนุช ขจรนิธิพร #ความตายไม่มีนิมิตเครื่องหมาย#ในกัปที่๙๑แต่ภัทรกัปนี้ #เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น#เราไม่รู้จักทุคติเลย #นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้. #เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ #คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้#ออกจากสังสารวัฏ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ใน#ภาวะปรกติ#วิมุตติความหลุดพ้น#ปรินิพพานมี๓คือกิเลสปรินิพพานการปรินิพพานแห่งกิเลส#ขันธ#ปรินิพพาน#การปรินิพพานแห่งขันธ์ #ธาตุปรินิพพานการปรินิพพานแห่งธาตุ#ข้ามเข้ามาทวนเข้ามาถึงจิตแท้ถึง##วิญญาณธาตุธาตุรู้แท้ๆแล้วธรรมธาตุตัวนี้แล้ว#อริยมรรคก็จะเกิด#วิมุตติความหลุดพ้น​#แนวทางบรรลุธรรม​#การเกิดอริยมรรค#ทางพระนิพพาน#ผู้ไม่มีร่องรอยจิตหลุดพ้นจากอาสวะ#ถ้าจิตเราเป็นกลาง#เราไม่ได้มุ่งพุทธภูมิ#เราไม่ได้ทำกรรมชั่วหยาบมา#จิตเราจะก้าวกระโดดเกิดอริยมรรคขึ้นมา #ขั้นแรกมันจะรวมลงก่อนรวมเข้าอัปปนาสมาธิ #รวมเองโดยที่ไม่ได้เจตนาจะรวม #ไม่ได้คิดได้ฝันที่จะรวม รวมโดยอัตโนมัติ #เมื่อรวมลงมาแล้วจะเห็นสภาวธรรมเกิดดับ เกิดดับ สองขณะบ้าง สามขณะบ้าง #ถัดจากนั้นจิตจะวางการรับรู้อารมณ์#ทวนกระแสเข้ามาหาธาตุรู้ #เมื่อทวนกระแสเข้าถึงธาตุรู้แล้วสิ่งที่ห่­­อหุ้มปิดบังจิตอยู่คือ อาสวกิเลส ทั้งหลาย #สังโยชน์ทั้งหลายถูกขาดสะบั้นออกไป#กิเลสปรินิพพาน ได้มีที่โพธิบัลลังก์#ขันธปรินิพพาน ได้มีที่กรุงกุสินารา #ธาตุปรินิพพาน จักมีในอนาคตจักมีอย่างไร คือครั้งนั้น #ธาตุทั้งหลายที่ไม่ได้รับสักการะ และสัมมานะในที่นั้นๆ ก็ไปสู่ที่ๆ มีสักการะ และสัมมานะ #ด้วยกำลังอธิษฐานของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย. เมื่อกาลล่วงไป สักการะและสัมมานะก็ไม่มีในที่ทั้งปวง #วลาพระศาสนาเสื่อมลง #พระธาตุทั้งหลายในตามพปัณณิทวีปนี้ จักประชุมกัน #แล้วไปสู่มหาเจดีย์จากมหาเจดีย์ ไปสู่นาคเจดีย์ แต่นั้นจักไปสู่โพธิบัลลังก์ #พระธาตุทั้งหลายจากนาคพิภพบ้าง จากเทวโลกบ้าง จากพรหมโลกบ้าง จักไปสู่#โพธิบัลลังก์แห่งเดียว. #พระธาตุแม้ประมาณเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดจักไม่หายไปในระหว่าง. #พระธาตุทั้งหมดจักประชุมกันที่ #มหาโพธิมัณฑสถานแล้ว #รวมเป็นพระพุทธรูป แสดงพุทธสรีระประทับนั่งขัดสมาธิ ณ #โพธิมัณฑสถาน มหาปุริสลักษณะ ๓๒ อนุพยัญชนะ ๘๐ พระรัศมีประมาณวาหนึ่ง #ทั้งหมดครบบริบูรณ์ทีเดียว.#แต่นั้นจักการทำปาฏิหาริย์แสดง เหมือน#ในวันแสดงยมกปาฏิหาริย์. ในกาลนั้น ชื่อว่า สัตว์ผู้เป็นมนุษย์ ไม่มีไปในที่นั้น. #ก็เทวดาในหมื่นจักรวาฬ ประชุมกันทั้งหมด #พากันครวญคร่ำรำพันว่า #วันนี้พระทสพลจะปรินิพพาน จำเดิมแต่บัดนี้ไป จักมีแต่ความมืด. #ลำดับนั้น เตโชธาตุลุกโพลงขึ้นจากพระสรีรธาตุ #ทำให้พระสรีระนั้นถึงความหาบัญญัติมิได้. #เปลวไฟที่โพลงขึ้นจากพระสรีรธาตุ #พลุ่งขึ้นจนถึงพรหมโลก #เมื่อพระธาตุแม้สักเท่าเมล็ดพรรณผักกาดยังมีอยู่ ก็จักมีเปลวเพลิงอยู่เปลวหนึ่งเท่านั้น #เมื่อพระธาตุหมดสิ้นไปเปลวเพลิงก็จักขาดหายไป. #พระธาตุทั้งหลายแสดงอานุภาพใหญ่อย่างนี้แล้ว ก็อันตรธานไป. #ในกาลนั้น หมู่เทพกระทำสักการะด้วยของหอม #ดอกไม้และดนตรีทิพย์เป็นต้น #เหมือนในวันที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายปรินิพพาน กระทำปทักษิณ ๓ ครั้ง ถวายบังคมแล้ว กราบทูลว่า #ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พวกข้าพระองค์ #จักได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้เสด็จอุบัติขึ้นในอนาคต ดังนี้แล้ว ก็กลับไปที่อยู่ของตนๆ นี้ ชื่อว่า #อันตรธานแต่งพระธาตุ
แสดงน้อยลง
@pornpimontungmepol8144
สามแดนโลกธาตุ#หาที่จะหยั่งเท้าลงไม่ได้เลย#การบรรลุมรรคผล#จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการ​#ถ้าฉันเป็นนารายณ์จะร่ายเวทย์#อันเรืองเดชศักดิ์สิทธิ์และรักษา#สันติสุข #สันติธรรม #นำประชา#เจริญผาสุขสันต์นิรันดร#ถ้าฉันเป็นพิฆเนศวิเศษสุทธิ์#จะรีบรุดนำวิชามาสั่งสอน#ใส่เชิงศิลป์#พิณเพลงบรรเลงพร​#ทั้งกาพย์กลอนรื่นเริงเชิงกวี...#ถ้าฉันเป็นพระอินทร์ถวิลไว้#จะสั่งให้วิสุทกรรมนำสุขี#ลงมาสร้างเคหาทุกธานี#ให้ท่านมีสุขเท่าเจ้าเมืองบน...#ถ้าฉันเป็นกามเทพเทวบุตร#จะฉวยฉุดสอยบุบผาเป็นห่าฝน​#ชโลมลูบจูบดวงใจให้ทุกคน#เป็นสุขล้นทุกข์สลายมลายไป... #แต่นี่ฉันใช่เป็นเช่นกล่าวอ้าง#สุดหนทางที่จะทำดังคำไข#จึงขอเขียนบทกลอน#อันอำไพเพื่อเตือนใจ​#เตือนตนทุกคนเอย#สวัสดิรักษา#อย่าเล่นกับไฟ#ไกลกังวล #ดนตรีชีวิต #ผิดเป็นครู #ภูเขาหิน #เรื่องกินเรื่องใหญ่ #ไฟในอย่านำออก #ความหลอกลวง #บ่วงความรัก#สลักจิต #สันติรส #ถ่มน้ำลายรถฟ้า #ก่ิ้งก่าได้ทอง #ครองสันติสุข#สามแดนโลกธาตุ#หาที่จะหยั่งเท้าลงไม่ได้เลย#จิตใจที่แห้งสนิทจึงจะหลุดพ้น#ความหลุดพ้น #วันปิดสามแดนโลกธาตุ​#ถ้ารู้ว่าเราหลงทางเราจะกลับบ้านถูก#อริยสัจ4#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ #การเข้าผลสมาบัติ#เป็นการเข้าอยู่ในอารมณ์พระนิพพาน#ที่ได้มาจากอริยผลญาณ #อันบังเกิดแล้วแก่ตน #เพื่อเสวยโลกุตตรสุข #ซึ่งเป็นความสงบสุขที่พึงเห็น #ประจักษ์ได้ในปัจจุบัน #พระนิพพาน ที่เป็นอารมณ์ของผลสมาบัตินั้นมีชื่อ ๓ ชื่อหรือมี ๓ อาการคือ ๑. ​#อนิมิตตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่เที่ยง อันปราศจากนิมิตเครื่องหมาย คือ อนิจจัง โดยบุญญาธิการแต่ปางก่อน แรงด้วยสีล เมื่อเข้าผลสมาบัติก็คงมีอนิมิตตนิพพาน เป็นอารมณ์ ๒. #อัปปณิหิตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ทนอยู่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปรไป อันหาเป็น ปณิธิ ที่ตั้งไม่ได้ คือทุกขัง โดยบุญญาธิ การแต่ปางก่อนแรงด้วยสมาธิ เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี อัปปณิหิตนิพพาน เป็น อารมณ์ ๓. ​#ญตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้ อันเป็นความว่างเปล่า คืออนัตตา โดยบุญญาธิการ แต่ปางก่อนแรงด้วยปัญญา เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี สุญญตนิพพาน เป็นอารมณ์
แสดงน้อยลง
@user-pf9jc3pj6m
ทางข้ามโลก#การบรรลุมรรคผล#ท่าพระโคดม#แนวทางบรรลุธรรม#ทางข้ามภพ#การทำอริยสัจจ์ให้บริบูรณ์ #เมื่อเราtransformไปสู่มรรคก็ดีหรือtransformไปสู่ผลก็ดี #จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่ #บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ในภาวะปรกติ #มันล้างขันธ์ #บางคนอาจจะมีอาการ #เหมือนอะไรในใจมันขาด#มันขาดเหมือนกับเชือกถูกดึงให้ขาด#ค่อยๆฝึกไม่ยากหรอก #บางคนขึ้นรถทัวร์เขาได้ดีมาแล้ว#เคยมีมา#นั่งรถทัวร์นี่ล่ะ#นั่งภาวนาไปเรื่อยๆ #จิตมันเบิกบานยิ้มแย้มขึ้นมาก็มี #บางคนนั่งฟังธรรม #แล้วจิตเบิกบานขึ้นมา #เข้าใจธรรมะขึ้นมา#บางคนแสดงธรรมอยู่ #แล้วจิตมันก็แจ่มแจ้งในธรรมะขึ้นมา #หลวงพ่อพุธท่านเคยเล่า #ท่านแจ้งพ้นทุกข์ขึ้นมาบนธรรมมาสน์ #เทศน์ๆ อยู่ จิตมันกำลังเทศน์ๆ #แล้วจิตมันพิจารณาธรรมะที่เทศน์อยู่ #พิจารณาธรรมะแล้วถ่ายทอดไปเรื่อย ๆ ๆ ๆ#เวลาครูบาอาจารย์เทศน์ ไม่ใช่ท่องมา #แต่ธรรมะมันถ่ายทอดจากจิต ถ่ายทอด ๆ ไป #แล้วสติ สมาธิ ปัญญา สมบูรณ์ในขณะนั้น #จิตรวมลงในขณะนั้น ก็ล้างกิเลสในขณะนั้นเลย #แล้วท่านบอกว่าจิตมันถอนขึ้นมา #ใช้เวลาชั่วพริบตาเดียว จิตมันถอนกลับขึ้นมา #ท่านรีบนึกเลยว่าเมื่อกี้เทศน์ถึงอะไร แล้วก็เทศน์ต่อ #คนที่นั่งฟังไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น #มันใช้เวลาสั้นนิดเดียว ชั่ว 2 - 3 ขณะเท่านั้นเอง #แวบเดียวเท่านั้นเอง #เพราะฉะนั้นเราพยายามมีสติ รู้เนื้อรู้ตัว #ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่ #เวลาไหนถ้าเรามีสติ มีสมาธิอยู่ #ก็อาจจะเกิดมรรคผลเวลานั้นได้ #ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดตอนไหน #ถ้าเราทำบ้างไม่ทำบ้างมันไม่ได้เรื่องหรอก#สมมติว่าบารมีเต็มมันก็ไม่ตัดหรอก #เพราะว่ามันหลงไปเสียก่อน อกุศลมันเกิดขึ้นแทนที่ไป #ฉะนั้นเราอย่าประมาท พยายามรู้สึกตัวไว้ตลอดเวลา #อ่านจิตอ่านใจตัวเองเรื่อย ๆ ไป #ไม่ได้หวังผลว่าจะดีเมื่อไร แต่มันมีโอกาสจะดี #แต่ถ้าจิตใจเราล่องลอย ไม่มีโอกาสได้ดีเลย" #การบรรลุมรรคผล#จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ในภาวะปรกติ #มันล้างขันธ์ #บางคนอาจจะมีอาการเหมือนอะไรในใจมันขาด#มันขาดเหมือนกับเชือกถูกดึงให้ขาด
แสดงน้อยลง
@user-iw4ev1uc7x
#ค่อยๆฝึกไม่ยากหรอก #บางคนขึ้นรถทัวร์เขาได้ดีมาแล้ว#เคยมีมา#นั่งรถทัวร์นี่ล่ะ#นั่งภาวนาไปเรื่อยๆ #จิตมันเบิกบานยิ้มแย้มขึ้นมาก็มี #บางคนนั่งฟังธรรม #แล้วจิตเบิกบานขึ้นมา #เข้าใจธรรมะขึ้นมา#บางคนแสดงธรรมอยู่ #แล้วจิตมันก็แจ่มแจ้งในธรรมะขึ้นมา #หลวงพ่อพุธท่านเคยเล่า #ท่านแจ้งพ้นทุกข์ขึ้นมาบนธรรมมาสน์ #เทศน์ๆ อยู่ จิตมันกำลังเทศน์ๆ #แล้วจิตมันพิจารณาธรรมะที่เทศน์อยู่ #พิจารณาธรรมะแล้วถ่ายทอดไปเรื่อย ๆ ๆ ๆ#เวลาครูบาอาจารย์เทศน์ ไม่ใช่ท่องมา #แต่ธรรมะมันถ่ายทอดจากจิต ถ่ายทอด ๆ ไป #แล้วสติ สมาธิ ปัญญา สมบูรณ์ในขณะนั้น #จิตรวมลงในขณะนั้น ก็ล้างกิเลสในขณะนั้นเลย #แล้วท่านบอกว่าจิตมันถอนขึ้นมา #ใช้เวลาชั่วพริบตาเดียว จิตมันถอนกลับขึ้นมา #ท่านรีบนึกเลยว่าเมื่อกี้เทศน์ถึงอะไร แล้วก็เทศน์ต่อ #คนที่นั่งฟังไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น #มันใช้เวลาสั้นนิดเดียว ชั่ว 2 - 3 ขณะเท่านั้นเอง #แวบเดียวเท่านั้นเอง #เพราะฉะนั้นเราพยายามมีสติ รู้เนื้อรู้ตัว #ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่ #เวลาไหนถ้าเรามีสติ มีสมาธิอยู่ #ก็อาจจะเกิดมรรคผลเวลานั้นได้ #ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดตอนไหน #ถ้าเราทำบ้างไม่ทำบ้างมันไม่ได้เรื่องหรอก#สมมติว่าบารมีเต็มมันก็ไม่ตัดหรอก #เพราะว่ามันหลงไปเสียก่อน อกุศลมันเกิดขึ้นแทนที่ไป #ฉะนั้นเราอย่าประมาท พยายามรู้สึกตัวไว้ตลอดเวลา #อ่านจิตอ่านใจตัวเองเรื่อย ๆ ไป #ไม่ได้หวังผลว่าจะดีเมื่อไร แต่มันมีโอกาสจะดี #แต่ถ้าจิตใจเราล่องลอย ไม่มีโอกาสได้ดีเลย" #การบรรลุมรรคผล#จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ในภาวะปรกติ #มันล้างขันธ์ #บางคนอาจจะมีอาการเหมือนอะไรในใจมันขาด#มันขาดเหมือนกับเชือกถูกดึงให้ขาด บางคนมีอาการระเบิดอยู่ภายใน คือสิ่งที่เราอัดอั้นสะสมไว้ มันถูกทลายออกไป สะสมไว้เป็นอะไร เป็นอารมณ์ เป็นตัวตน ซึ่งมันไม่ได้มีอยู่จริงพวกนี้ เป็นแค่เราไปยึด ๆ ยึด ๆ รวม ๆ กันไว้มันเลยเป็นกลุ่มก้อนความรู้สึก แล้วสิ่งเหล่านี้มันถูกระเบิดออกไป หรือทำให้มันขาดไป พอสิ่งเหล่านี้ขาดไป หรือสลายไป มันก็เลยมีผลกระทบไปที่ ร่างกาย เพราะกายนี้เป็นไปตามอำนาจใจ ที่เรายังมีร่างกายยังอยู่ เพราะใจมันยังพะวงกับกายอยู่ ใจมันยังเสพกายอยู่ มันก็เลยมาอยู่กับกาย และเมื่อใจมันเสพกาย มันก็เอาพลังของตัวเองมาสร้างกาย มาสร้างยีนต่าง ๆ เราจะเห็นได้ว่ายีนมาจากโปรตีน 4 ตัว แต่เพราะแต่ละคนผสมกันในสัดส่วนที่ไม่เหมือนกันเลย 4 ตัวนี้ เพราะใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีปัญญา คุณธรรม ทั้งความโง่ไม่เหมือนกัน มันก็เลยมาสร้างยีนไม่เหมือนกัน ก็เลยออกมามีรูปร่างหน้าตาที่ต่างกัน ดังนั้น พอเราไปปรับที่ใจ มันก็เลยสะท้อนออกมาที่กายด้วย เราจะสังเกตว่าพอเราโกรธที่ใจ ร่างกายก็มีผลกระทบด้วย พอเรามีความสุข ความใสที่ใจ กายมันก็เบา บางทีกายมันเบาจนหายไปไหนก็ไม่รู้ เราไม่รู้สึกทางกาย มันก็มีผลกระทบกับกาย ออกมาแล้วตัวมันก็เบา ดังนั้นพอเราปรับเปลี่ยนสภาวะจิตไปถึงขั้นมรรค ผล ร่างกายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย ชัดเจน ชัดเจนมาก ดังนั้นตอนเข้ามรรคผล จึงเกิดปัจจเวกขณญาณรู้ชัดว่าเราดับตัวนี้ได้แล้วเช่นดับสักกายทิฏฐิได้แล้ว ดับวิจิกิจฉาได้แล้ว ความลังเลสงสัยไม่มีอีกโดยสิ้นเชิง คือใครจะมาบอกว่าพระพุทธเจ้าไม่มีจริง พระธรรมไร้สาระ มันไม่เข้ามาในสารบบของเราเลย มันแน่นอนขนาดนั้น หรือใครจะมาบอกว่า “เอ็งจงถอนคำพูดว่านับถือพระพุทธเจ้า ถ้าไม่ถอนคำพูดจะยิงให้ตาย” มันก็ถอนไม่ได้ มันแน่นอนอย่างนั้น คือมันเป็นปรกติธรรมชาติอย่างนั้นไปแล้ว รวมทั้งศีลด้วย
@pornpimontungmepol8144
#สามแดนโลกธาตุ#หาที่จะหยั่งเท้าลงไม่ได้เลย#จิตใจที่แห้งสนิทจึงจะหลุดพ้น#ความหลุดพ้น #วันปิดสามแดนโลกธาตุ#ถ้ารู้ว่าเราหลงทางเราจะกลับบ้านถูก#อริยสัจ4#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ #การเข้าผลสมาบัติ#เป็นการเข้าอยู่ในอารมณ์พระนิพพาน#ที่ได้มาจากอริยผลญาณ #อันบังเกิดแล้วแก่ตน #เพื่อเสวยโลกุตตรสุข #ซึ่งเป็นความสงบสุขที่พึงเห็น #ประจักษ์ได้ในปัจจุบัน #พระนิพพาน ที่เป็นอารมณ์ของผลสมาบัตินั้นมีชื่อ ๓ ชื่อหรือมี ๓ อาการคือ ๑. #อนิมิตตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่เที่ยง อันปราศจากนิมิตเครื่องหมาย คือ อนิจจัง โดยบุญญาธิการแต่ปางก่อน แรงด้วยสีล เมื่อเข้าผลสมาบัติก็คงมีอนิมิตตนิพพาน เป็นอารมณ์ ๒. #อัปปณิหิตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ทนอยู่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปรไป อันหาเป็น ปณิธิ ที่ตั้งไม่ได้ คือทุกขัง โดยบุญญาธิ การแต่ปางก่อนแรงด้วยสมาธิ เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี อัปปณิหิตนิพพาน เป็น อารมณ์ ๓. #ญตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้ อันเป็นความว่างเปล่า คืออนัตตา โดยบุญญาธิการ แต่ปางก่อนแรงด้วยปัญญา เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี สุญญตนิพพาน เป็นอารมณ์ #บุคคลที่เข้าผลสมาบัติได้ต้องเป็นพระอริยบุคคล คือเป็น พระโสดาบัน พระ สกทาคามี พระอนาคามี หรือ พระอรหันต์ ส่วนปุถุชนจะเข้าผลสมาบัติไม่ได้เลย เป็นอันขาด #พระอริยเจ้าที่จะเข้าผลสมาบัติ ก็เข้าได้เฉพาะอริยผลที่ตนได้ ที่ตนถึงครั้ง สุดท้ายเท่านั้น แม้อริยผลที่ตนได้และผ่านพ้นมาแล้วก็ไม่สามารถจะเข้าได้ กล่าวคือ #พระโสดาบัน ก็เข้าผลสมาบัติได้แต่ โสดาปัตติผล #พระสกทาคามี ก็เข้าผลสมาบัติได้แต่ สกทาคามีผล เท่านั้น จะเข้าโสดา ปัตติผล ซึ่งถึงแม้ว่าตนจะเคยได้เคยผ่านเคยพ้นมาแล้ว ก็หาได้ไม่ #พระอนาคามี ก็เข้าผลสมาบัติได้แต่เฉพาะ อนาคามีผล #พระอรหันต์ ก็เข้าผลสมาบัติได้แต่ อรหัตตผลโดยเฉพาะเช่นกัน #พระอริยบุคคล ผู้จะเข้าผลสมาบัติ กิจเบื้องต้นก็จะต้องตั้งความปรารถนาว่า จะเข้าผลสมาบัติเป็นเวลา .... (ตามความประสงค์ที่จะเข้าอยู่สักกี่ชั่วโมง หรือกี่วัน) ขอให้ผลจิตที่เคยปรากฏมาแล้วนั้น จงบังเกิดขึ้นตามความปรารถนานี้เถิด #ขณะที่ตั้งความปรารถนา(อธิษฐาน) นี้ กามจิตอันเป็นมหากุสลญาณสัมปยุตต สำหรับพระอริยเบื้องต่ำ ๓ หรือ กามจิตอันเป็นมหากิริยาญาณสัมปยุตต สำหรับ พระอรหันต์ก็เกิด มีวิถีจิตซึ่งเรียกว่า #อธิฏฐานวิถี ดังนี้ น ท มโน ช ช ช ช ช ช ช #ต่อจากอธิฏฐานวิถี #ก็เจริญวิปัสสนาภาวนา #ไตรลักษณ์แห่งรูปนามเป็น อารมณ์ #เริ่มแต่อุทยัพพยญาณเป็นต้นไป #ผลจิตก็จะเกิด วิถีจิตนี้ชื่อว่า ผลสมา บัติวิถี มีวิถีดังนี้ น ท มโน อนุโลม อนุโลม อนุโลม อนุโลม ผล ผล ผล ฯลฯ ฯลฯ อนุโลม ๔ ขณะ #สำหรับมันทบุคคล หรืออนุโลม ๓ ขณะ #สำหรับติกขบุคคล ต่อจากอนุโลม #ผลจิตก็เกิดเรื่อยไปเป็นจำนวนมากมาย ไม่สามารถที่จะประมาณได้ #จนครบกำหนดเวลาที่ตนปรารถนาไว้ #ผลจิตจึงจะหยุดเกิด แล้วก็เป็นภวังคจิตต่อไป ตาม อนึ่ง #จิตในผลสมาบัติวิถีนี้ ไม่เรียกว่า บริกรรม อุปจาระ อนุโลม โคตรภู เหมือนอย่างในมัคควิถี แต่เรียก #อย่างเดียวทั้ง ๔ ขณะ เพราะผลสมาบัติวิถี นี้ #ไม่ได้ทำการประหารกิเลส เหมือนอย่างในมัคควิถี เป็นแต่จิต ๔ ดวงนี้เกิดขึ้น #เพื่ออนุโลมให้จิตถึงพระนิพพาน หรือให้แนบแน่นในอารมณ์พระนิพพาน
แสดงน้อยลง
@user-iw4ev1uc7x
#ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของพวกเรา #ที่เจ้าหนี้คือกิเลสมันตามทวง มีอะไรบ้าง #มันก็มารวมทวงกันชาตินี้แหละ ตัดใจเสียนะลูกรัก #คิดว่าเรารวมใช้หนี้มันเท่าที่เราจะพึงมี #มันอยากทวงก็เชิญให้มันทวง#เราจะยอมลำบากเพียงชาตินี้ชาติเดียว #ต่อไปเราพ้นภัย คือเข้านิพพานกันก็หมดเรื่อง จงคิดว่าขณะนี้เรากำลังถูกเจ้าหน้าที่ใช้งานเราเพื่อลบล้างหนี้ เมื่อหนี้หมด เรามีความสุข คิดอย่างนี้ใจจะสบาย... #มีความรู้สึกอยู่เสมอว่า #โลกไม่มีความสุข เอาอะไรแน่นอนไม่ได้ #อะไรเกิดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา "ช่างมัน" ต่อสู้กับมันโดยธรรมจนกว่าจะสิ้นลมปราณ #ใจจะมีอารมณ์เป็นสุข#จากหนังสือ พ่อสอนลูก เล่มที่ ๓ หน้าที่ ๔ โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน คัดลอกโดย ด.ญ. ปุณยนุช ขจรนิธิพร #ความตายไม่มีนิมิตเครื่องหมาย#ในกัปที่๙๑แต่ภัทรกัปนี้ #เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น#เราไม่รู้จักทุคติเลย #นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้. #เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ #คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้#ออกจากสังสารวัฏ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ใน#ภาวะปรกติ#วิมุตติความหลุดพ้น#ปรินิพพานมี๓คือกิเลสปรินิพพานการปรินิพพานแห่งกิเลส#ขันธ#ปรินิพพาน#การปรินิพพานแห่งขันธ์ #ธาตุปรินิพพานการปรินิพพานแห่งธาตุ#ข้ามเข้ามาทวนเข้ามาถึงจิตแท้ถึง##วิญญาณธาตุธาตุรู้แท้ๆแล้วธรรมธาตุตัวนี้แล้ว#อริยมรรคก็จะเกิด#วิมุตติความหลุดพ้น​#แนวทางบรรลุธรรม​#การเกิดอริยมรรค#ทางพระนิพพาน#ผู้ไม่มีร่องรอยจิตหลุดพ้นจากอาสวะ#ถ้าจิตเราเป็นกลาง#เราไม่ได้มุ่งพุทธภูมิ#เราไม่ได้ทำกรรมชั่วหยาบมา#จิตเราจะก้าวกระโดดเกิดอริยมรรคขึ้นมา #ขั้นแรกมันจะรวมลงก่อนรวมเข้าอัปปนาสมาธิ #รวมเองโดยที่ไม่ได้เจตนาจะรวม #ไม่ได้คิดได้ฝันที่จะรวม รวมโดยอัตโนมัติ #เมื่อรวมลงมาแล้วจะเห็นสภาวธรรมเกิดดับ เกิดดับ สองขณะบ้าง สามขณะบ้าง #ถัดจากนั้นจิตจะวางการรับรู้อารมณ์#ทวนกระแสเข้ามาหาธาตุรู้ #เมื่อทวนกระแสเข้าถึงธาตุรู้แล้วสิ่งที่ห่­­อหุ้มปิดบังจิตอยู่คือ อาสวกิเลส ทั้งหลาย #สังโยชน์ทั้งหลายถูกขาดสะบั้นออกไป#กิเลสปรินิพพาน ได้มีที่โพธิบัลลังก์#ขันธปรินิพพาน ได้มีที่กรุงกุสินารา #ธาตุปรินิพพาน จักมีในอนาคตจักมีอย่างไร คือครั้งนั้น #ธาตุทั้งหลายที่ไม่ได้รับสักการะ และสัมมานะในที่นั้นๆ ก็ไปสู่ที่ๆ มีสักการะ และสัมมานะ #ด้วยกำลังอธิษฐานของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย. เมื่อกาลล่วงไป สักการะและสัมมานะก็ไม่มีในที่ทั้งปวง #วลาพระศาสนาเสื่อมลง #พระธาตุทั้งหลายในตามพปัณณิทวีปนี้ จักประชุมกัน #แล้วไปสู่มหาเจดีย์จากมหาเจดีย์ ไปสู่นาคเจดีย์ แต่นั้นจักไปสู่โพธิบัลลังก์ #พระธาตุทั้งหลายจากนาคพิภพบ้าง จากเทวโลกบ้าง จากพรหมโลกบ้าง จักไปสู่#โพธิบัลลังก์แห่งเดียว. #พระธาตุแม้ประมาณเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดจักไม่หายไปในระหว่าง. #พระธาตุทั้งหมดจักประชุมกันที่ #มหาโพธิมัณฑสถานแล้ว #รวมเป็นพระพุทธรูป แสดงพุทธสรีระประทับนั่งขัดสมาธิ ณ #โพธิมัณฑสถาน มหาปุริสลักษณะ ๓๒ อนุพยัญชนะ ๘๐ พระรัศมีประมาณวาหนึ่ง #ทั้งหมดครบบริบูรณ์ทีเดียว.#แต่นั้นจักการทำปาฏิหาริย์แสดง เหมือน#ในวันแสดงยมกปาฏิหาริย์. ในกาลนั้น ชื่อว่า สัตว์ผู้เป็นมนุษย์ ไม่มีไปในที่นั้น. #ก็เทวดาในหมื่นจักรวาฬ ประชุมกันทั้งหมด #พากันครวญคร่ำรำพันว่า #วันนี้พระทสพลจะปรินิพพาน จำเดิมแต่บัดนี้ไป จักมีแต่ความมืด. #ลำดับนั้น เตโชธาตุลุกโพลงขึ้นจากพระสรีรธาตุ #ทำให้พระสรีระนั้นถึงความหาบัญญัติมิได้. #เปลวไฟที่โพลงขึ้นจากพระสรีรธาตุ #พลุ่งขึ้นจนถึงพรหมโลก #เมื่อพระธาตุแม้สักเท่าเมล็ดพรรณผักกาดยังมีอยู่ ก็จักมีเปลวเพลิงอยู่เปลวหนึ่งเท่านั้น #เมื่อพระธาตุหมดสิ้นไปเปลวเพลิงก็จักขาดหายไป. #พระธาตุทั้งหลายแสดงอานุภาพใหญ่อย่างนี้แล้ว ก็อันตรธานไป. #ในกาลนั้น หมู่เทพกระทำสักการะด้วยของหอม #ดอกไม้และดนตรีทิพย์เป็นต้น #เหมือนในวันที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายปรินิพพาน กระทำปทักษิณ ๓ ครั้ง ถวายบังคมแล้ว กราบทูลว่า #ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พวกข้าพระองค์ #จักได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้เสด็จอุบัติขึ้นในอนาคต ดังนี้แล้ว ก็กลับไปที่อยู่ของตนๆ นี้ ชื่อว่า #อันตรธานแต่งพระธาตุ
แสดงน้อยลง
@pornpimontungmepol8144
#ประตูพระโคดม #จักเสด็จข้ามแม่น้ำคงคาโดยท่าใดท่านั้นจักมีนามว่า #ท่าพระโคดม จิตอรหันต์ #ผ้าขี้ริ้วห่อทอง#การบรรลุมรรคผลของมนุษย์#ท่าพระโคดม#ทางบรรลุธรรม#ทางข้ามภพ#คติของอนาคามี#เมื่อเราtransformไปสู่มรรคก็ดีหรือtransformไปสู่ผลก็ดี #จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่ #บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ในภาวะปรกติ #มันล้างขันธ์ #บางคนอาจจะมีอาการเหมือนอะไรในใจมันขาด#มันขาดเหมือนกับเชือกถูกดึงให้ขาด บางคนมีอาการระเบิดอยู่ภายใน คือสิ่งที่เราอัดอั้นสะสมไว้ มันถูกทลายออกไป #ถ้าฉันเป็นนารายณ์จะร่ายเวทย์#อันเรืองเดชศักดิ์สิทธิ์และรักษา#สันติสุข #สันติธรรม #นำประชา#เจริญผาสุขสันต์นิรันดร#ถ้าฉันเป็นพิฆเนศวิเศษสุทธิ์#จะรีบรุดนำวิชามาสั่งสอน#ใส่เชิงศิลป์#พิณเพลงบรรเลงพร#ทั้งกาพย์กลอนรื่นเริงเชิงกวี...#ถ้าฉันเป็นพระอินทร์ถวิลไว้#จะสั่งให้วิสุทกรรมนำสุขี#ลงมาสร้างเคหาทุกธานี#ให้ท่านมีสุขเท่าเจ้าเมืองบน...#ถ้าฉันเป็นกามเทพเทวบุตร#จะฉวยฉุดสอยบุบผาเป็นห่าฝน#ชโลมลูบจูบดวงใจให้ทุกคน#เป็นสุขล้นทุกข์สลายมลายไป...#แต่นี่ฉันใช่เป็นเช่นกล่าวอ้าง#สุดหนทางที่จะทำดังคำไข#จึงขอเขียนบทกลอน#อันอำไพเพื่อเตือนใจ#เตือนตนทุกคนเอย#สวัสดิรักษา#อย่าเล่นกับไฟ#ไกลกังวล #ดนตรีชีวิต #ผิดเป็นครู #ภูเขาหิน #เรื่องกินเรื่องใหญ่ #ไฟในอย่านำออก #ความหลอกลวง #บ่วงความรัก#สลักจิต #สันติรส #ถ่มน้ำลายรถฟ้า #ก่ิ้งก่าได้ทอง #ครองสันติสุข#สามแดนโลกธาตุ#หาที่จะหยั่งเท้าลงไม่ได้เลย#จิตใจที่แห้งสนิทจึงจะหลุดพ้น#ความหลุดพ้น #วันปิดสามแดนโลกธาตุ#ถ้ารู้ว่าเราหลงทางเราจะกลับบ้านถูก#อริยสัจ4#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ #การเข้าผลสมาบัติ#เป็นการเข้าอยู่ในอารมณ์พระนิพพาน#ที่ได้มาจากอริยผลญาณ #อันบังเกิดแล้วแก่ตน #เพื่อเสวยโลกุตตรสุข #ซึ่งเป็นความสงบสุขที่พึงเห็น #ประจักษ์ได้ในปัจจุบัน #พระนิพพาน ที่เป็นอารมณ์ของผลสมาบัตินั้นมีชื่อ ๓ ชื่อหรือมี ๓ อาการคือ ๑. #อนิมิตตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่เที่ยง อันปราศจากนิมิตเครื่องหมาย คือ อนิจจัง โดยบุญญาธิการแต่ปางก่อน แรงด้วยสีล เมื่อเข้าผลสมาบัติก็คงมีอนิมิตตนิพพาน เป็นอารมณ์ ๒. #อัปปณิหิตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ทนอยู่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปรไป อันหาเป็น ปณิธิ ที่ตั้งไม่ได้ คือทุกขัง โดยบุญญาธิ การแต่ปางก่อนแรงด้วยสมาธิ เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี อัปปณิหิตนิพพาน เป็น อารมณ์ ๓. #ญตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้ อันเป็นความว่างเปล่า คืออนัตตา โดยบุญญาธิการ แต่ปางก่อนแรงด้วยปัญญา เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี สุญญตนิพพาน เป็นอารมณ์
แสดงน้อยลง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิมุตติความหลุดพ้น#ผู้ดับรอบเฉพาะตน